กระเป๋าแบรนด์ Gucci ตอนที่อูโด เอ็ดลิ่ง (Udo Edling) ดีไซเนอร์หนุ่มชาวโรมาเนียนเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแอ็กเนอร์ แบรนด์เครื่องหนังจากเยอรมนี ซึ่งเป็นที่จดจำด้วยโลโก้ตัวเอ สัญลักษณ์เกือกม้าและสีแดงไวน์ (Chianti) เขากล่าวถึงสิ่งที่เขาตั้งใจนำเสนอว่าคือ "ความหรูปราชั้นเลิศที่ใช้ได้ในชีวิตจริง" ถึงแม้ว่าฤดูใบไม้ร่วง 2010 เขาจะได้แรงบันดาลใจจากอัศวินในยุคเรอเนสซองส์ แต่ผู้หญิงในแบบของเขาก็เป็นอัศวินสาวยุคใหม่เช่นที่แสดงออกให้เห็นผ่านโอเวอร์โค้ตเน้นวอลุ่มและเด่นที่ปกเสื้อ แจ๊กเก็ตเย็บสักและเน้นช่วงไหล่แบบยุคโบราณไปจนถึงกางเกงขี่ม้าที่ช่วยเสริมโครงชุดโดยรวม
ทั้งหมดนี้เพราะเอ็ดลิ่ง ประสบความสำเร็จในปารีส (เขามีชื่ออยู่ในสมาพันธ์ห้องเสื้อชั้นสูง La Chambre Syndicale de la Haute Couture) เข้าใจถึงความคลาสสิกและสปอร์ตในแบบแอ็กเนอร์...นับตั้งแต่ยุค 1940 ที่เอเตียน แอ็กเนอร์ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยคริสเตียน ดิออร์และคริสโตบัล บาลองเซียก้าเดินทางไปนิวยอร์ก เขาได้เริ่มธุรกิจของตัวเองจากการผลิตเข็มข้ดและกระเป๋าในเวลาต่อมา แอ็กเนอร์เป็นคนหนึ่งที่มีแนวคิดล้ำสมัยเพราะกล้าจับคู่วัสดุอย่างฟาง ลินินหรือแม้แต่ตะข่ายเข้ากับหนัง ทั้งยังทำให้สีแดงไวน์เป็นที่นิยมและบ่งบอกความเป็นแอ็กเนอร์แทนที่จะเป็นสีดำ สีเบจ หรือสีอื่นๆ แบบที่นิยมกัน
"สีแดงไวน์อาจเป็นสีที่คนชอบยาก แต่ก็เป็นสีของความลุ่มหลงและเลือดซึ่งผมอยากจะทำให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งครับ" เอ็ดลิ่งเคยให้สัมภาษณ์ไว้ อย่างในคอลเลคชั่นกระเป๋าล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากยุคอัศวิน เช่น เดียวกับเสื้อผ้าก็ปรากฎโฉมในโทนสีแดงไวน์ด้วยเช่นกัน นอกจากการใช้สีสันอื่นๆ ที่เสริมเติมความทันสมัย รวมทั้งวัสดุอย่างหนังงู และหนังที่ผ่านกรรมวิธีให้ดูเหมือนหนังจระเข้ และหนังกระเบนตกแต่งด้วยโลหะ เลเซอร์ การตอกลาย หรือการย้อมสี
มีให้เลือกทั้งหมด 4 ไลน์คือ โนบิลิส (Nobilis) ซึ่งโดดเด่นด้วยหนังกระเบนและโทนสีลาวาตกแต่งด้วยโลหะได้กลิ่นอายของศตวรรษที่ 16 (มีทั้งกระเป๋าราตรี กระเป๋าสตางค์) เชอวาลิเยร์ (Chevalier) หรูหราด้วยหนังงูตกแต่งโลหะและสัญลักษณ์รูปเกือกม้า บูเลอวาร์ด (Boulevard) กระเป๋าขึ้นโครงตอกลายเป็นสายโซ่และหูกระเป๋าแต่งด้วยโลหะคล้ายโกลน (เหล็กสำหรับเท้าเหยียบเวลาขี่ม้า) และอาราเบสก์ (Arabesque) กระเป๋าใบนุ่มไม่ขึ้นโครงทำจากหนังนัปป้า ตกแต่งลายด้วยเลเซอร์ดูคล้ายงานช่างเหล็กสมัยเรอเนสซองส์
"แอ็กเนอร์เป็นแบรนด์ที่ไร้กาลเวลาครับ" เอ็ดลิ่งอธิบายถึงคุณค่าของแบรนด์ที่ทำให้ยืนยงมาจนถึงทุกวันนี้ "คนเป็นแม่จะเก็บและส่งกระเป๋ากับเข็มข้ดต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้ ผมก็เลยคิดว่าาจะไม่ทำอะไรให้แฟชั่นจ๋าเพราะคงจะอยู่ได้ไม่นาน ความตั้งใจจริงของผมก็คือสร้างชิ้นงานที่หรูและใช้ได้จริงด้วยดีไซน์และวัสดุใหม่ๆ เพราะฉะนั้่นจะไม่มีวันที่คุณจะตัดใจจากชิ้นงานเหล่านี้ได้แน่ๆ ครับ"